วิธีกำหนดขนาด position ของ options โดยใช้ maximum loss
แปลง maximum loss ระดับสัญญาเป็นขีดจำกัด position ระดับบัญชีโดยไม่ถือว่าค่าประมาณเป็นคำรับประกัน
คำตอบโดยตรง
การกำหนดขนาด position ของ options เริ่มจากการประเมินขาดทุนสูงสุดที่เป็นไปได้ต่อสัญญา แปลง premium ที่ quote ด้วย contract multiplier และเปรียบเทียบยอดรวมกับขีดจำกัดความเสี่ยงระดับบัญชี เทรดแบบความเสี่ยงจำกัดอาจคำนวณขาดทุนเมื่อ expiration ได้ ขณะที่ position ที่ไม่มีหลักประกันหรือชำระด้วยหุ้นอาจสร้างภาระที่มากกว่ามาก Maximum loss เป็นค่าประมาณของขอบเขต ไม่ใช่การพยากรณ์ และสภาพคล่องหรือ early assignment อาจเปลี่ยนเส้นทางได้
เริ่มจาก position ที่ครบถ้วน
สำหรับ long option premium ที่จ่ายมักเป็น maximum loss ระดับสัญญา ก่อนค่าธรรมเนียม Debit spread โดยทั่วไปจำกัดที่ net debit ส่วน expiration loss ของ credit spread โดยทั่วไปคือ width ลบ net credit Uncovered short option ต้องวิเคราะห์ต่างออกไปและอาจมีความเสี่ยงเปิดกว้าง
ตัวอย่างเช่น หากบัญชีเสี่ยงสูงสุด $600 ต่อไอเดียหนึ่งรายการ และ long call มีราคา $2.40 ต่อหุ้น สัญญามาตรฐานหนึ่งสัญญาเสี่ยงประมาณ $240 ก่อนค่าธรรมเนียม สองสัญญาเสี่ยงประมาณ $480 ขณะที่สามสัญญาจะถึง $720 และเกิน budget ที่ระบุ หากเทรดเดียวกันเป็น debit spread 95/100 ที่ซื้อในราคา $1.80 ความเสี่ยงที่วางแผนไว้คือประมาณ $180 ต่อสัญญา และสามสัญญาจะประมาณ $540 ภายใต้เงื่อนไขและต้นทุนของ spread
ใช้ contract multiplier จริง Quote $2.40 ไม่ใช่ขาดทุนบัญชี $2.40 สำหรับ standard option แต่ประมาณ $240 ต่อสัญญา Adjusted contracts, futures options และสิ่งที่ต้องส่งมอบแบบ non-standard อาจใช้ multiplier หรือสูตร settlement ต่างกัน
แปลง loss เป็น account exposure
คูณ loss ต่อหุ้นด้วย contract multiplier และจำนวนสัญญา แล้วเปรียบเทียบกับ risk budget ของบัญชีที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เทรดหลายรายการที่ผูกกับหุ้น sector volatility event หรือ expiration เดียวกันอาจทำตัวเหมือน position กระจุกตัวเดียว
กำหนด risk budget ก่อนค้นหาจำนวนสัญญา เพดานง่าย ๆ คือ floor(account risk budget ÷ loss per contract) แต่ควรลดลงเพื่อ correlation, slippage, fees และความเป็นไปได้ที่ assignment หรือ gap สร้างความต้องการเงินสดชั่วคราว จำนวนที่ถูกต้องทางคณิตศาสตร์อาจยังใหญ่เกินสภาพคล่องของบัญชี
Stress เส้นทาง ไม่ใช่แค่ expiration
Payoff chart อาจไม่แสดงความยากในการปิดตลาดที่กว้าง การ assignment ก่อน expiration gap ของ underlying และ margin requirement ที่เปลี่ยนไป การทดสอบ adverse stock และ volatility scenarios ช่วยให้เห็นความต้องการเงินสดหรือ buying power ก่อนถึงจุด maximum loss
Checklist การกำหนดขนาด position:
- กำหนด risk budget ของบัญชีและระบุว่าใช้ต่อเทรด ต่อ underlying หรือต่อ event - คำนวณ loss ต่อสัญญาด้วย multiplier, quantity, fees และทุก leg ที่ถูกต้อง - ลดจำนวนสำหรับ position ที่ correlated, spread กว้าง, gap และเงินทุนสำหรับ assignment - Stress การเคลื่อนไหวผ่านแต่ละ strike, การเปลี่ยน IV, การออกที่ fill ไม่ได้ และ early assignment - คำนวณใหม่หลัง roll, partial fill, corporate action หรือการเปลี่ยน expiration [!TRYMARK] จุดตรวจขนาดของ TryMark เก็บ risk budget, loss ต่อสัญญา, multiplier, quantity, บันทึก concentration, ผลลัพธ์ของ scenario และ buying-power buffer ไว้ใน Path เดียวกัน บันทึกสมมติฐานที่ใช้อนุมัติคำสั่ง [!WARNING] Maximum loss ไม่ใช่ความต้องการเงินสดที่ใหญ่ที่สุดเสมอ Expiration loss ที่กำหนดได้อาจเกิดพร้อมกับ stock exposure ชั่วคราว assignment fees หรือตลาดที่กว้าง กำหนดขนาดให้เส้นทางที่บัญชีต้องอยู่รอด ไม่ใช่ดูเพียง payoff diagram สุดท้าย
คำถามที่พบบ่อย
Premium ที่จ่ายเป็น maximum loss ของ option เสมอหรือไม่?
โดยทั่วไปใช่สำหรับ long option เดี่ยวก่อนค่าธรรมเนียม แต่ไม่ใช่สำหรับ short option, stock combination หรือ multi-leg strategy ทุกแบบ ต้องประเมิน position ให้ครบ
Defined risk หมายถึงความเสี่ยงเล็กหรือไม่?
ไม่ใช่ Defined risk หมายถึงสามารถประมาณขอบเขต loss ภายใต้สมมติฐานที่ระบุได้ จำนวนดังกล่าวยังใหญ่เกินบัญชีหรือกระจุกตัวมากได้
เทรด option ได้กี่สัญญา?
หาร risk budget ระดับบัญชีด้วย loss ต่อสัญญาที่ครบถ้วนแล้วปัดลง จากนั้นใช้ buffer สำหรับ concentration, slippage, fees และ assignment ตรวจผลลัพธ์ทุก leg และ multiplier อีกครั้ง จำนวนสัญญาทั่วไปไม่ใช่แผนความเสี่ยง
Credit spread ใช้สูตรกำหนดขนาดเดียวกับ long call ได้หรือไม่?
ไม่ได้หากไม่เปลี่ยน input ของ loss ต่อสัญญา Expiration loss ที่วางแผนของ credit spread โดยทั่วไปคือ width ลบ credit ส่วนของ long call โดยทั่วไปคือ premium Uncovered options และภาระหุ้นต้องวิเคราะห์แยก