กำไรสูงสุด ขาดทุนสูงสุด และจุดคุ้มทุนของ covered call
คำนวณกำไรสูงสุด ขาดทุนสูงสุด จุดคุ้มทุนของหุ้น ผลตอบแทนเมื่อถูก assignment ตัวคูณสัญญา เงินปันผล ค่าธรรมเนียม และทางเลือกของ cost basis สำหรับ covered call
คำตอบโดยตรง
covered call คือการถือหุ้นที่มี basis ต่อหุ้น B ที่เลือกไว้ และขาย call ที่จับคู่กันที่ strike K ด้วย premium C ก่อนต้นทุนและเงินปันผล กำไรสูงสุดเมื่อหมดอายุคือ K - B + C จุดคุ้มทุนคือ B - C และขาดทุนสูงสุดหากหุ้นกลายเป็นศูนย์คือ B - C คูณด้วยจำนวนหุ้นที่ covered ซึ่งโดยปกติคือตัวคูณสัญญาคูณจำนวน call สูตรเหล่านี้ต้องระบุ basis ของหุ้นให้ชัด และไม่ได้ทำให้ premium เป็นรายได้ที่ไร้ความเสี่ยง
เลือก basis ของหุ้นก่อนคำนวณ
สำหรับ buy-write ที่ซื้อและขายพร้อมกัน B คือราคาที่ซื้อหุ้นได้จริง สำหรับหุ้นที่ถือมาก่อน tax basis ในอดีต มูลค่าตลาดปัจจุบัน และมูลค่าทางเศรษฐกิจ ณ วันที่ตัดสินใจ ต่างตอบคำถามคนละแบบ
ใช้ basis เดียวอย่างสม่ำเสมอ การผสมราคาปัจจุบันในตัวหารของ yield กับ basis ในอดีตในกำไรอาจทำให้ premium เดียวกันดูเหมือนให้ผลตอบแทนที่ขัดแย้งกัน
Assignment กำหนดราคาขาย upside
เมื่อราคาอยู่ที่ K หรือสูงกว่าในวันหมดอายุ การเพิ่มขึ้นของหุ้นที่เกิน K จะถูกหักล้างด้วย short call กำไรขั้นต้นสูงสุดคือ K - B + C
ถ้า B = 50, K = 55 และ C = 1.50 ค่าสูงสุดคือ 6.50 ต่อหุ้น หรือ 650 สำหรับหุ้นที่ covered 100 หุ้นก่อนค่าธรรมเนียมและเงินปันผล Strike ที่ต่ำกว่า B อาจทำให้ผลลัพธ์ที่ถูกจำกัดกลายเป็นขาดทุนแม้ได้รับ premium
Premium ลด downside ได้เพียงจำนวนของมัน
จุดคุ้มทุนคือ B - C หรือ 48.50 ในตัวอย่าง หากหุ้นร่วงเป็นศูนย์ call จะหมดอายุโดยไม่มีมูลค่าและขาดทุนสูงสุดก็เป็น B - C หรือ 4,850 สำหรับ 100 หุ้น
Premium ลดความเสี่ยงหุ้นลง 1.50 แต่ไม่ได้ปกป้อง 48.50 ที่เหลือ เปรียบเทียบ downside จำนวนมากนี้กับกำไรสูงสุดที่จำกัดไว้ที่ 6.50
เงินปันผล ต้นทุน และ assignment ก่อนกำหนดเปลี่ยนกระแสเงินสด
บวกเงินปันผลที่ได้รับจริงและหักคอมมิชชัน ภาษี ต้นทุนการเงิน และต้นทุนปิดสถานะเฉพาะเมื่อการวัดผลระบุให้รวมรายการเหล่านี้ อย่าสมมติว่าเงินปันผลในอนาคตจะได้รับแน่นอน
short call แบบ American-style อาจถูก assign ก่อนหมดอายุ โดยมักเกิดใกล้วัน ex-dividend Assignment ส่งมอบหุ้นที่ K และอาจยุติการได้รับเงินปันผลในอนาคตเร็วกว่าที่กราฟ payoff สื่อ
ราคาปัจจุบันไม่ใช่ผลลัพธ์เมื่อหมดอายุ
ก่อนหมดอายุ การเคลื่อนไหวของหุ้น time value ของ call, IV, อัตราดอกเบี้ย เงินปันผล และ bid-ask spread เป็นตัวกำหนดมูลค่าที่จะชำระสถานะ สถานะอาจแสดงขาดทุนเมื่อราคาอยู่เหนือ B - C หากการซื้อ call คืนมีราคาแพง
เปรียบเทียบผลลัพธ์สามแบบแยกกัน: ปิดทั้งสองขา ปล่อยให้เกิด assignment หรือถือหุ้นต่อหลังปิด call แต่ละแบบใช้กระแสเงินสดและต้นทุนโอกาสคนละชุด
คำถามที่พบบ่อย
สูตรกำไรสูงสุดของ covered call คืออะไร?
นำ basis ของหุ้นต่อหุ้นที่เลือกไว้ลบจาก strike ของ short call แล้วบวก premium ที่ได้รับ คูณด้วยจำนวนหุ้นที่ covered และหักต้นทุนที่เกี่ยวข้อง กำไรสูงสุดเมื่อหมดอายุเกิดขึ้นที่หรือเหนือ strike ของ call เพราะกำไรหุ้นที่เพิ่มขึ้นจะถูกหักล้างด้วยขาดทุนของ short call หรือหุ้นถูก assign ที่ strike นั้น
Covered call ขาดทุนได้หรือไม่หาก call หมดอายุโดยไม่มีมูลค่า?
ได้ call ที่ out of the money อาจหมดอายุโดยไม่มีมูลค่าในขณะที่หุ้นลดลงมากกว่า premium ถ้า basis หุ้นคือ 50 และ premium คือ 1.50 มูลค่าหุ้นเมื่อหมดอายุที่ต่ำกว่า 48.50 จะทำให้สถานะรวมขาดทุนก่อนเงินปันผลและต้นทุน การเรียก premium ว่าเป็นรายได้ไม่ได้เปลี่ยน exposure เชิงทิศทางที่ใหญ่กว่าของหุ้น
ควรใช้ tax basis หรือราคาหุ้นปัจจุบัน?
ใช้ basis ที่ตรงกับคำถามและระบุให้ชัด tax basis ในอดีตวัดผลที่เกิดขึ้นจริงและยังไม่เกิดขึ้นจริงตลอดช่วงถือครอง ขณะที่ราคาปัจจุบันวัดการตัดสินใจส่วนเพิ่มว่าจะถือหุ้นและขาย call วันนี้ buy-write ใช้ราคาที่ซื้อหุ้นได้จริง อย่ารวม basis สองแบบไว้ในตัวเศษและตัวหารเดียวกัน และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญภาษีเรื่องกฎการรายงาน
ผลตอบแทนเมื่อถูก assign รวมเงินปันผลหรือไม่?
รวมก็ต่อเมื่อบวกเงินปันผลที่ได้รับจริงในช่วงที่วัดอย่างชัดเจน Assignment ก่อนกำหนดก่อนวัน ex-dividend อาจทำให้หุ้นและเงินปันผลที่คาดไว้หายไป ขณะที่ภาษี ค่าธรรมเนียม และต้นทุนการเงินก็มีผลต่อผลตอบแทนสุทธิ แสดง premium ของออปชัน กำไรหุ้นถึง strike เงินปันผลที่ได้รับ และต้นทุนเป็นส่วนประกอบแยกกันก่อนรวม