คู่มือออปชันทั้งหมด
เลือกวิธีออกจาก long putอ่าน 14 นาที

ใช้สิทธิ put option เทียบกับขาย: time value และหุ้น

เปรียบเทียบการใช้สิทธิ put กับการขาย โดยดู intrinsic และ time value หุ้นที่ถืออยู่ ความเสี่ยงจาก short stock สภาพคล่อง ต้นทุน ภาษี และกฎเมื่อหมดอายุ

จัดทำโดย Mark · แหล่งข้อมูลหลักอยู่ด้านล่าง

คำตอบโดยตรง

การใช้สิทธิ long put คือการขายหุ้นที่ส่งมอบได้ตาม strike ส่วนการขายเพื่อปิดสถานะคือการโอนออปชันที่ราคาตลาด ก่อนหมดอายุ ราคาตลาดนั้นอาจสูงกว่า intrinsic value เพราะเวลาที่เหลือและ volatility ยังมีมูลค่า ทางเลือกยังขึ้นอยู่กับว่าถือหุ้นอยู่หรือไม่ การใช้สิทธิอาจสร้างสถานะ short stock หรือไม่ และสิ่งใดสามารถซื้อขายได้จริง

วัด extrinsic value ที่เหลือของ put

สำหรับราคาหุ้น S และ strike K, put intrinsic value คือ max(K - S, 0) Extrinsic value คือราคาออปชันที่ซื้อขายได้จริงลบด้วย intrinsic การใช้สิทธิเปลี่ยน intrinsic value ให้เกิดขึ้นผ่านการขายหุ้น ขณะที่การขาย put อาจรักษาทั้งสองส่วนไว้ได้

สมมติหุ้นอยู่ที่ 92, strike เท่ากับ 100 และ bid ของ put เท่ากับ 9.30 intrinsic value เท่ากับ 8 และ extrinsic value เท่ากับ 1.30 การใช้สิทธิกับหุ้นที่ถืออยู่จะขายหุ้นที่ 100 แต่การขาย put ที่ 9.30 แล้วจัดการหุ้นแยกกันจะรักษา 1.30 เพิ่มเติมไว้ได้ก่อนต้นทุน

หุ้นที่ถืออยู่เปลี่ยนสิ่งที่การใช้สิทธิทำ

สำหรับ protective put ที่มีหุ้นตรงจำนวนกัน การใช้สิทธิจะจำหน่ายหุ้นเหล่านั้นที่ K หากไม่มีหุ้น การใช้สิทธิอาจสร้าง short stock โดยขึ้นอยู่กับการ borrow, margin และการอนุญาตของ broker นี่เป็นสถานะที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากการรับเงินสดจากการขายออปชันเพียงอย่างเดียว

หากนักลงทุนต้องการออกจากทั้ง put และหุ้น ให้เปรียบเทียบการใช้สิทธิกับการขาย put และขายหุ้นแยกกัน ใช้เงินสุทธิรวม ภาษี slippage และความเสี่ยงด้าน execution แทนการประเมิน leg เดียวแยกจากกัน

สภาพคล่องและการหมดอายุต้องจัดการอย่างต่อเนื่อง

put ที่ deep in the money อาจมี quotes กว้าง แต่ bid ที่แสดงแย่ไม่ได้พิสูจน์ว่าการใช้สิทธิดีกว่า ตรวจสอบ market depth ลองใช้ limit ที่มีเหตุผล และเปรียบเทียบมูลค่าการขายที่ทำได้จริงกับ intrinsic value หลังต้นทุนทั้งหมด

เมื่อหมดอายุ put ที่ in the money อาจถูกใช้สิทธิตามขั้นตอนที่ใช้บังคับ ยืนยันว่ามีหุ้นพร้อมหรือไม่ อนุญาตให้มี short stock หรือไม่ และต้องส่งคำสั่งตรงข้ามเมื่อใด คำสั่งปิดที่ไม่จับคู่ไม่ได้ป้องกันการใช้สิทธิด้วยตัวมันเอง

ภาษีและ financing อาจมีอิทธิพลเหนือส่วนต่างเล็กน้อย

การใช้สิทธิ การขายออปชัน การขายหุ้น และสถานะ short ที่เพิ่งสร้างอาจมีผลด้านภาษี settlement ดอกเบี้ย และการ borrow แตกต่างกัน ผลเหล่านี้ขึ้นอยู่กับบัญชีและเขตอำนาจศาล และอาจมากกว่า extrinsic value เล็กน้อย

ใช้ bid จริงของออปชันและสถานะหุ้นที่เกิดขึ้นเป็นจุดเริ่มต้น แล้วขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือ brokerage เมื่อผลกระทบด้านการดำเนินงานยังไม่แน่นอน

ตารางตัดสินใจออกจาก put

| สถานะหรือเป้าหมาย | การเปรียบเทียบแรก | ผลกระทบแฝงที่ต้องยืนยัน | | --- | --- | --- | | protective put ที่มีหุ้นตรงจำนวน | เงินจากการใช้สิทธิเทียบกับการขาย put และหุ้น | cost basis, settlement และจังหวะเงินปันผล | | long put ที่ไม่มีหุ้น | ขาย put เทียบกับเงินจากการใช้สิทธิ | short stock ที่อาจเกิดขึ้น borrow และ margin | | put ที่มี extrinsic value มีนัยสำคัญ | bid ที่ซื้อขายได้จริงเทียบกับ intrinsic value | time value ที่เสียจากการใช้สิทธิ | | ใกล้หมดอายุหรือใกล้ cutoff ของ broker | ราคาปิดและ deadline | automatic exercise และคำสั่งตรงข้าม |

คำนวณผลลัพธ์ทั้งบัญชี ไม่ใช่แค่มูลค่าทางทฤษฎีของออปชัน รวมหุ้นที่ส่งมอบหรือขาย เงินสดที่ strike ค่าธรรมเนียม ภาษี borrow และราคาที่ใช้ปิดสถานะหุ้นที่เกิดขึ้น ทบทวนอีกครั้งหลัง underlying เคลื่อนตัวแรง เพราะ extrinsic value และสิทธิ์ของบัญชีอาจเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว

คำถามที่พบบ่อย

ใช้สิทธิ put หรือขาย แบบไหนดีกว่า

ก่อนหมดอายุ การขายมักดีกว่าเมื่อ put มี extrinsic value ที่ขายได้ เพราะการใช้สิทธิรับรู้เพียงความสัมพันธ์ด้าน intrinsic ผ่านหุ้น การใช้สิทธิอาจเหมาะกับผู้ถือ protective put ที่ต้องการจำหน่ายหุ้นและเห็นว่ามูลค่าที่สละไม่มีนัยสำคัญหลัง spread และต้นทุน คำตอบต้องใช้ bid จริงและสถานะหุ้นที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ดูเพียงว่า put อยู่ in the money หรือไม่

จะเกิดอะไรขึ้นหากใช้สิทธิ put โดยไม่มีหุ้น

การใช้สิทธิคือการสั่งขายหุ้นตามจำนวนในสัญญาที่ strike หากไม่มีหุ้นตรงจำนวนในบัญชี ผลลัพธ์อาจเป็น short-stock position โดยต้องได้รับอนุญาตจากการ borrow, margin และ broker ก่อน มิฉะนั้น broker อาจจำกัดหรือจัดการการใช้สิทธิ Short stock มีความเสี่ยงจากราคาที่เปิดกว้าง ความพร้อมของ borrow ดอกเบี้ย และภาระเงินปันผล ซึ่งไม่มีหลังการขาย put ธรรมดา

ควรใช้สิทธิ protective put เพื่อขายหุ้นหรือไม่

เริ่มจากเปรียบเทียบเงินจากการใช้สิทธิกับการขาย put และหุ้นแยกกัน ธุรกรรมแยกอาจรักษา extrinsic value ที่เหลือของ put ขณะที่การใช้สิทธิให้การขายหุ้นที่ strike โดยตรง ภาษี จังหวะ execution คอมมิชชัน bid-ask spread และจำนวนหุ้นที่ครอบคลุมอาจเปลี่ยนคำตอบสุทธิ ดังนั้นคำนวณทั้งสถานะและยืนยันว่าจะจัดการหุ้นที่ไม่ครบจำนวนอย่างไร

put ที่ in the money ตอนหมดอายุจะเกิดอะไรขึ้น

put อาจถูกใช้สิทธิตามขั้นตอนของ clearing และ broker แต่ threshold, deadline, คำสั่งตรงข้าม และการควบคุมบัญชีที่แน่นอนมีผล การใช้สิทธิคือการขายหุ้นที่ส่งมอบได้ตามจำนวนในสัญญาที่ strike และอาจสร้าง short stock หากไม่มีหุ้น ยืนยัน holdings และสิทธิ์ก่อน cutoff เพราะคำสั่ง sell-to-close ที่รออยู่หรือยังไม่จับคู่ไม่ได้รับประกันว่าออปชันจะไม่ถูกใช้สิทธิ

แหล่งข้อมูลและการอ่านเพิ่มเติม

คู่มือที่เกี่ยวข้อง