ใช้สิทธิ call option เทียบกับขาย: time value และหุ้น
เปรียบเทียบการใช้สิทธิ call กับการขาย โดยดู intrinsic value, time value ที่เหลือ เงินทุนซื้อหุ้น เงินปันผล สภาพคล่อง ภาษี ต้นทุน และการจัดการเมื่อหมดอายุ
คำตอบโดยตรง
การใช้สิทธิ long call คือการซื้อหุ้นที่ส่งมอบได้ตาม strike ส่วนการขายเพื่อปิดสถานะคือการโอนออปชันที่ราคาตลาดซึ่งซื้อขายได้จริง เนื่องจากราคาออปชันอาจประกอบด้วยทั้ง intrinsic และ extrinsic value การใช้สิทธิก่อนกำหนดมักทำให้เสีย time value ที่เหลือ วิธีที่ดีกว่าขึ้นอยู่กับ bid เป้าหมายการถือหุ้น เงินทุน เงินปันผล ต้นทุน และกฎของบัญชี
แยก intrinsic value ออกจาก bid ที่ซื้อขายได้จริง
สำหรับราคาหุ้น S และ strike K, call intrinsic value คือ max(S - K, 0) Extrinsic value คือราคาออปชันลบด้วย intrinsic การส่งคำสั่งขายเพื่อปิดสถานะอาจได้รับทั้งสองส่วนเมื่อมีผู้ซื้อยอมจ่าย แต่การใช้สิทธิเปลี่ยนได้เพียง intrinsic value ให้เป็นการซื้อหุ้น
สมมติหุ้นอยู่ที่ 108, strike เท่ากับ 100 และ bid ของ call เท่ากับ 9.20 intrinsic value เท่ากับ 8 และ bid ที่ซื้อขายได้จริงมี extrinsic value อยู่ 1.20 การใช้สิทธิแล้วขายหุ้นทันทีทำให้รับรู้ 8 ก่อนต้นทุน ส่วนการขาย call ทำให้รับรู้ 9.20 ก่อนต้นทุน
ตัดสินใจว่าเป้าหมายคือเงินสดหรือหุ้น
หากเป้าหมายคือเงินสด ให้เปรียบเทียบ bid ของออปชันกับ intrinsic value หลัง commission, price improvement, ภาษี และต้นทุนขายหุ้น หากเป้าหมายคือการถือหุ้น ให้เปรียบเทียบการใช้สิทธิกับการขาย call แล้วซื้อหุ้นแยกกัน วิธีที่สองอาจรักษา extrinsic value ไว้ได้แม้ต้องใช้สองธุรกรรม
การใช้สิทธิอาจแข่งขันได้มากขึ้นเมื่อ call deep in the money มี extrinsic เล็กน้อยมาก spread แย่ และนักลงทุนต้องการหุ้น ถึงอย่างนั้นก็ยังต้องใช้ strike คูณจำนวนหุ้นตามสัญญาใน buying power และสร้าง exposure ต่อหุ้นทันที
เงินปันผลและการหมดอายุสร้าง deadline
เงินปันผลอาจมีผลต่อการตัดสินใจของผู้ถือ call เพราะผู้ถือออปชันไม่ได้รับเงินปันผลของหุ้น เปรียบเทียบเงินปันผลกับ extrinsic value ที่ต้องสละและ execution costs ทั้งหมด วันที่ในปฏิทินเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้การใช้สิทธิก่อนกำหนดเหมาะสมที่สุด
เมื่อหมดอายุ ออปชันที่ in the money อาจถูกใช้สิทธิตามกฎของ broker และ clearing ยืนยัน cutoffs, เงินสด, ความกระจุกตัวของหุ้น และคำสั่งตรงข้ามก่อน deadline แทนการสมมติว่าคำสั่งปิดที่ไม่จับคู่จะแก้สถานะให้เอง
สภาพคล่องอาจเปลี่ยนคำตอบในทางปฏิบัติ
last price ที่แสดงไม่ใช่ราคาออกที่ซื้อขายได้จริง ใช้ bid, ask, size และ fill ที่คาดว่าจะได้ สำหรับตลาดที่กว้าง limit order หรือการทบทวนการใช้สิทธิของ broker อาจแสดงว่ายังรักษามูลค่าได้มากกว่าด้วยการขายแทนการใช้สิทธิหรือไม่
ภาษี settlement และข้อจำกัดของบัญชีแตกต่างกันตามนักลงทุนและเขตอำนาจศาล ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเปรียบเทียบและขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเมื่อผลกระทบอาจมากกว่า extrinsic value ที่เหลือ
ใช้คำถามสี่ข้อเพื่อตัดสินใจเรื่องการใช้สิทธิ
| คำถาม | หากคำตอบคือใช่ | สิ่งที่ต้องตรวจสอบต่อ | | --- | --- | --- | | extrinsic value ของ call ใกล้ศูนย์หรือไม่ | การใช้สิทธิอาจรักษามูลค่าที่มีอยู่เกือบทั้งหมด | bid, ask, fees และ deliverable ที่ตรงตัว | | คุณต้องการหุ้นตอนนี้โดยเฉพาะหรือไม่ | การใช้สิทธิสร้างสถานะในธุรกรรมเดียว | เงินสดสำหรับ strike, concentration และ settlement | | ใกล้วัน ex-dividend หรือไม่ | เศรษฐศาสตร์ของเงินปันผลอาจทำให้ควรทบทวนการใช้สิทธิ | จำนวนเงินปันผล ex-date และ time value ที่เสียไป | | ตลาดออปชันมีสภาพคล่องพอให้ขายหรือไม่ | การขายอาจรักษา intrinsic และ extrinsic value | bid size, limit price และความเสี่ยง execution ของสอง leg |
ไม่มีแถวใดตัดสิน trade ได้ด้วยตัวเอง เปรียบเทียบ bid ของ call ที่ซื้อขายได้จริงกับมูลค่าจากการใช้สิทธิ แล้วบันทึกสถานะเงินสดและหุ้นที่แต่ละทางเลือกสร้างขึ้น ทบทวนการตัดสินใจเมื่อ bid เงินปันผล หรือ cutoff ของ broker เปลี่ยน แทนการถือว่าการคำนวณครั้งแรกถาวร
คำถามที่พบบ่อย
ใช้สิทธิ call หรือขาย แบบไหนดีกว่า
ก่อนหมดอายุ การขายมักดีกว่าทางเศรษฐศาสตร์เมื่อ call มี extrinsic value เป็นบวก เพราะการขายอาจได้รับทั้ง intrinsic และ time value พร้อมกัน การใช้สิทธิอาจเหมาะเมื่อผู้ลงทุนต้องการหุ้นโดยเฉพาะและมูลค่าที่เสียจากการใช้สิทธิมีน้อยมากหลัง spread กับต้นทุน เปรียบเทียบ bid ที่ซื้อขายได้จริง ไม่ใช่ last price ที่ล้าสมัย และรวมเงินสดที่ต้องใช้ซื้อหุ้นจากการใช้สิทธิ
การใช้สิทธิ call ก่อนกำหนดทำให้เสียมูลค่าอะไร
โดยทั่วไปการใช้สิทธิก่อนกำหนดทำให้เสีย extrinsic value ที่เหลือของ call ซึ่งสะท้อนเวลา volatility rates เงินปันผล และอุปสงค์อุปทาน หากหุ้นอยู่ที่ 108, strike เท่ากับ 100 และขาย call ได้ที่ 9.20 intrinsic value เท่ากับ 8 และ 1.20 ที่เหลือคือ extrinsic การใช้สิทธิได้รับ 8 ผ่านหุ้น แต่ไม่ได้รับ 1.20 แยกต่างหาก
ขาย call แล้วซื้อหุ้นแทนได้หรือไม่
ได้ โดยขึ้นอยู่กับสภาพคล่อง สิทธิ์การซื้อขาย เงินทุน ภาษี และต้นทุนธุรกรรม การขาย call แล้วซื้อหุ้นแยกกันมักทำให้ได้ exposure หุ้น long ที่ต้องการเหมือนกัน พร้อมรักษา extrinsic value ที่ขายได้ ความเสี่ยงด้าน execution ยังสำคัญ เพราะราคาออปชันและหุ้นอาจเปลี่ยนระหว่างการจับคู่ นักลงทุนจึงอาจใช้ limit order ที่เหมาะสมและประเมินผลรวมสุทธิแทนการดู quote แต่ละตัวแยกกัน
หาก call ของฉัน in the money ตอนหมดอายุจะเกิดอะไรขึ้น
อาจถูกใช้สิทธิตามขั้นตอนของ clearing และ broker แต่ deadline, threshold, คำสั่งตรงข้าม และ risk control ของบัญชีอาจทำให้ผลลัพธ์ต่างกัน การใช้สิทธิสร้างการซื้อหุ้นตามจำนวนในสัญญาที่ strike ดังนั้นเงินสดไม่พอหรือ concentration สูงเกินไปอาจทำให้ broker ดำเนินการ ทบทวนสถานะล่วงหน้าและยืนยันกฎที่แน่นอนของ broker แทนการพึ่งพาผลลัพธ์อัตโนมัติ