Skip to content
คู่มือออปชันทั้งหมด
เศรษฐศาสตร์มหภาคระหว่างประเทศอ่าน 11 นาที

ฐานะการลงทุนระหว่างประเทศสุทธิ (NIIP) คืออะไร

ทำความเข้าใจงบดุลสินทรัพย์และหนี้สินภายนอกประเทศ เหตุใดอัตราแลกเปลี่ยนและราคาอาจเปลี่ยน NIIP และตัวชี้วัดนี้ต่างจากบัญชีเดินสะพัดกับหนี้อย่างไร

ในคู่มือนี้NIIP วัดอะไรและเหตุใดจึงเป็นยอดคงค้าง

สรุปสั้น

ฐานะการลงทุนระหว่างประเทศสุทธิ หรือ NIIP คือมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินภายนอกประเทศของผู้มีถิ่นที่อยู่ หักด้วยหนี้สินที่มีต่อผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่ ณ วันหนึ่งวันใด ตัวเลขนี้เป็นยอดคงค้าง ณ จุดเวลา ไม่ใช่ยอดธุรกรรมตลอดปี: การเปลี่ยนแปลงระหว่างสองวันอาจเกิดจากธุรกรรม อัตราแลกเปลี่ยน ราคา และการปรับปรุงทางสถิติอื่น ๆ

NIIP วัดอะไรและเหตุใดจึงเป็นยอดคงค้าง

NIIP ตอบคำถามว่า เมื่อหักสิทธิเรียกร้องของผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่ต่อผู้มีถิ่นที่อยู่แล้ว ผู้มีถิ่นที่อยู่ในเศรษฐกิจนั้นมีสิทธิเรียกร้องทางการเงินสุทธิต่อส่วนที่เหลือของโลกเท่าใด โดยวัด ณ วันสิ้นไตรมาสหรือสิ้นปี เป็นต้น สินทรัพย์ภายนอกคือสิทธิเรียกร้องของผู้มีถิ่นที่อยู่ต่อผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่ ส่วนหนี้สินภายนอกคือสิทธิเรียกร้องของผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่ต่อผู้มีถิ่นที่อยู่ กรอบสถิติใช้แนวคิดเรื่องถิ่นที่อยู่ทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่สัญชาติของเจ้าของเสมอไป {source:imfIipDataset} {source:imfBpm6IipChapter}

จึงมอง NIIP ได้คล้ายภาพถ่ายงบดุล ณ วันหนึ่ง ต่างจากการส่งออก การนำเข้า หรือการซื้อขายสินทรัพย์ที่รวมกันเป็นกระแสตลอดช่วงเวลา หากนำ NIIP สิ้นปีก่อนมาเปรียบเทียบกับสิ้นปีนี้ ส่วนต่างไม่ได้เท่ากับเงินที่กู้เพิ่มหรือลงทุนเพิ่มเพียงอย่างเดียว เพราะมูลค่าของสินทรัพย์และหนี้สินเดิมเปลี่ยนได้ด้วย

คำว่า “สุทธิ” สำคัญมาก ผู้มีถิ่นที่อยู่ของประเทศหนึ่งอาจถือสินทรัพย์ต่างประเทศจำนวนมาก ขณะที่ผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่ก็ถือสิทธิเรียกร้องต่อประเทศนั้นจำนวนมากเช่นกัน เมื่อนำสองยอดใหญ่ที่ใกล้เคียงกันมาหักลบ NIIP อาจดูไม่มาก ทั้งที่ความเสี่ยงและภาระในยอดรวมแต่ละด้านสูง การอ่านเฉพาะยอดสุทธิจึงไม่พอหากต้องการเข้าใจว่าใครถืออะไรและต้องชำระเมื่อใด

สูตรของ NIIP และความหมายของเครื่องหมาย

สูตรโดยย่อคือ NIIP = สินทรัพย์ทางการเงินภายนอกของผู้มีถิ่นที่อยู่ − หนี้สินทางการเงินภายนอกของผู้มีถิ่นที่อยู่ ถ้าค่าเป็นบวก สินทรัพย์ที่นับรวมมีมูลค่าสูงกว่าหนี้สินที่นับรวม ถ้าค่าเป็นลบ หนี้สินต่อผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่สูงกว่าสินทรัพย์ภายนอก เครื่องหมายนี้บอกทิศทางของยอดสุทธิตามขอบเขตที่เลือก แต่ไม่ได้ตัดสินว่าฐานะนั้นปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัยโดยตัวมันเอง

สมมติ ณ สิ้นปีหนึ่ง ผู้มีถิ่นที่อยู่มีสินทรัพย์ต่างประเทศ 310 พันล้านหน่วยเงิน และมีหนี้สินต่อผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่ 260 พันล้านหน่วย เงินคงเหลือ NIIP คือบวก 50 พันล้าน หากสินทรัพย์เป็น 300 พันล้าน แต่หนี้สินเป็น 340 พันล้าน NIIP จะเป็นลบ 40 พันล้าน ตัวเลขสมมติทั้งสองชุดใช้สาธิตการลบเท่านั้น ไม่ได้อธิบายประเทศจริงหรือกำหนดเส้นแบ่งวิกฤต

ก่อนอ่านเครื่องหมาย ให้ตรวจวันที่วัด ขอบเขตภาคสถาบัน ประเภทเครื่องมือทางการเงิน หลักการประเมินราคา สกุลเงินที่ใช้รายงาน และวิธีจัดทำข้อมูล สถิติที่ใช้ชื่อคล้ายกันอาจมีขอบเขตและวิธีคิดต่างกัน ตัวอย่างเช่น NIIP รวมสินทรัพย์และหนี้สินภายนอกหลายประเภท ส่วนสัดส่วนหนี้ต่างประเทศอาจนับเฉพาะตราสารหนี้ตามนิยามเฉพาะ

NIIP เปลี่ยนได้โดยไม่ต้องมีธุรกรรมสุทธิเท่ากัน

ระหว่างวันที่เริ่มต้นกับวันสิ้นสุด ฐานะเปลี่ยนจากธุรกรรมทางการเงินและรายการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ สามารถสรุปการเปลี่ยนแปลงของยอดสุทธิได้ว่า NIIP ปลายงวด = NIIP ต้นงวด + ผลสุทธิจากธุรกรรม + การตีราคาใหม่จากอัตราแลกเปลี่ยน + การเปลี่ยนราคา + การเปลี่ยนแปลงปริมาณและมูลค่าอื่น ๆ ตารางบางชุดแสดงสินทรัพย์และหนี้สินแยกกัน จึงต้องอ่านเครื่องหมายและคำอธิบายของตารางนั้นก่อนนำมาคำนวณยอดสุทธิ {source:imfIipFlowStockGuidance} {source:beaIipAdditional}

ลองดูตัวอย่างสมมติ: NIIP เริ่มต้นอยู่ที่บวก 50 พันล้าน ธุรกรรมสุทธิเพิ่มฐานะ 12 พันล้าน สมมติว่าการเปลี่ยนแปลงค่าเงินทำให้มูลค่าหนี้สินภายนอกเมื่อแปลงเป็นสกุลที่ใช้รายงานเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ภายนอก จึงมีผลจากการตีราคาอัตราแลกเปลี่ยนเป็นลบ 15 พันล้าน ราคาในตลาดลดมูลค่าสุทธิอีก 5 พันล้าน และการเปลี่ยนแปลงปริมาณหรือการปรับประเมินอื่นเพิ่ม 1 พันล้าน ดังนั้นปลายงวดคือ 50 + 12 − 15 − 5 + 1 = 43 พันล้าน ตัวเลขทั้งหมดตั้งขึ้นเพื่ออธิบายกลไก ไม่ใช่ข้อมูลประเทศใด

ผลจากธุรกรรมเป็นบวกเพราะในตัวอย่าง ผู้มีถิ่นที่อยู่เพิ่มสิทธิเรียกร้องภายนอกเมื่อเทียบกับหนี้สินที่เกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าทุกประเทศใช้รูปแบบตารางเดียวกัน เครื่องหมายลบจากอัตราแลกเปลี่ยนหมายถึงการเปลี่ยนค่าเงินเมื่อแปลงมูลค่ารวมให้สกุลรายงานมีผลสุทธิเป็นลบ ไม่ได้สรุปว่าเงินตราต่างประเทศทุกสกุลอ่อนค่า การเปลี่ยนราคาสะท้อนมูลค่าตลาดของเครื่องมือ ส่วนรายการอื่นอาจรวมการจัดประเภทใหม่ การปรับขอบเขตข้อมูล หรือการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ใช่ธุรกรรมปกติ ต้องดูคำอธิบายของผู้เผยแพร่ข้อมูลประกอบ {source:beaIipAdditional}

ภาพแนวคิดไร้ข้อความของสองฝั่งที่เชื่อมกันด้วยกระแสการเงินสองทาง พร้อมสื่อถึงสินทรัพย์และหนี้สินภายนอกประเทศ
ภาพสัญลักษณ์ของสิทธิเรียกร้องและหนี้สินระหว่างประเทศ ไม่ใช่ข้อมูลของประเทศใดหรือการประเมินเชิงตัวเลข

NIIP กับบัญชีเดินสะพัดถามคนละเรื่อง

บัญชีเดินสะพัดวัดธุรกรรมในช่วงเวลาหนึ่ง เช่น การค้าสินค้าและบริการ รายได้ปฐมภูมิ และเงินโอนปัจจุบันระหว่างผู้มีถิ่นที่อยู่กับผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่ ส่วน NIIP วัดฐานะสินทรัพย์และหนี้สินทางการเงินสะสม ณ วันหนึ่งวันใด สองแนวคิดเชื่อมกันผ่านธุรกรรมและบัญชีอื่นในดุลการชำระเงิน แต่การเปลี่ยน NIIP ไม่เท่ากับยอดบัญชีเดินสะพัดแบบหนึ่งต่อหนึ่ง เพราะมีการตีราคาใหม่ การเปลี่ยนปริมาณอื่น ความคลาดเคลื่อนทางสถิติ และการปรับปรุงข้อมูลด้วย {source:imfBpm6IipChapter} {source:imfIipFlowStockGuidance}

ในบัญชีมหภาคที่สอดคล้องกัน ยอดบัญชีเดินสะพัดและบัญชีทุนสัมพันธ์กับการให้กู้สุทธิหรือการกู้สุทธิจากต่างประเทศ ความสัมพันธ์นี้ช่วยอธิบายกระแสเงินทุน แต่ไม่ใช่สูตรที่บอกการเปลี่ยนมูลค่าตลาดสุทธิของสินทรัพย์ภายนอกทั้งหมด ค่าเงินหรือราคาตลาดของหลักทรัพย์ที่มีอยู่ก่อนแล้วอาจทำให้ NIIP เปลี่ยนมากกว่าผลสุทธิจากธุรกรรมในงวดนั้น

บัญชีเดินสะพัดกว้างกว่าดุลการค้า และทั้งสองรายการยังต่างจากยอด NIIP หากต้องการดูว่าบัญชีเดินสะพัดรวมอะไรบ้าง อ่านเรื่องบัญชีเดินสะพัดกับดุลการค้า ส่วนความเชื่อมโยงระหว่างงบประมาณ เงินออม และดุลภายนอกอธิบายในบทความเรื่องการขาดดุลงบประมาณกับการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด เอกลักษณ์ทางบัญชีเหล่านี้บอกว่าตัวเลขเชื่อมโยงกันอย่างไร ไม่ได้พิสูจน์ว่าตัวแปรหนึ่งเป็นสาเหตุให้อีกตัวแปรขยับโดยอัตโนมัติ

NIIP ไม่ใช่หนี้ต่างประเทศรวมหรือหนี้ภาครัฐ

หนี้ต่างประเทศรวมมักหมายถึงหนี้สินของผู้มีถิ่นที่อยู่ต่อผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่ตามขอบเขตที่กำหนด NIIP ใช้ขอบเขตกว้างกว่า โดยรวมสินทรัพย์และหนี้สินภายนอกหลายประเภท เช่น การลงทุนโดยตรง การลงทุนในหลักทรัพย์ อนุพันธ์ทางการเงิน การลงทุนอื่นอย่างเงินฝากและเงินกู้ รวมถึงสินทรัพย์สำรองตามการจัดประเภท หุ้นหรือส่วนได้เสียไม่ได้กลายเป็นหนี้เพียงเพราะผู้ถือเป็นผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่ แม้จะปรากฏในบัญชีตำแหน่งการลงทุนระหว่างประเทศก็ตาม {source:imfBpm6IipChapter} {source:imfIipDataset}

หนี้ภาครัฐจำแนกตามภาคของลูกหนี้และนิยามขอบเขตภาครัฐ ไม่ได้ดูเพียงว่าผู้ให้กู้อยู่ที่ใด พันธบัตรรัฐบาลที่ถือโดยผู้ลงทุนในประเทศอาจเป็นหนี้ภาครัฐ แต่ไม่เข้าเกณฑ์หนี้สินภายนอกตามถิ่นที่อยู่ของเจ้าหนี้ ในทางกลับกัน พันธบัตรรัฐบาลที่ผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่ถือเป็นหนี้สินภายนอกใน IIP แม้รัฐบาลจะออกพันธบัตรเป็นสกุลเงินของตนเองก็ตาม พันธบัตรที่ผู้มีถิ่นที่อยู่ถือก็ไม่ได้กลายเป็นหนี้สินภายนอกเพียงเพราะซื้อขายในตลาดระหว่างประเทศ เกณฑ์คือถิ่นที่อยู่และขอบเขตทางสถิติ ไม่ใช่สกุลเงินที่ระบุไว้ เงินกู้จากต่างประเทศของธนาคารหรือบริษัทเอกชนอาจเป็นหนี้สินภายนอกใน NIIP แต่ไม่ใช่หนี้ภาครัฐ การรับประกันหนี้และธุรกรรมระหว่างบริษัทในเครืออาจมีกฎเฉพาะ จึงไม่ควรสลับนิยามข้ามแหล่งข้อมูล

ยอดสุทธิยังซ่อนความเสี่ยงในยอดรวมได้ ประเทศหนึ่งอาจมีสินทรัพย์และหนี้สินภายนอกจำนวนมากที่เกือบหักล้างกัน แต่สินทรัพย์อาจอยู่ในกองทุนบำเหน็จบำนาญ ขณะที่หนี้สินครบกำหนดเร็วอยู่ในธนาคารหรือบริษัท คนละเจ้าของ คนละสกุลเงิน และคนละกำหนดชำระ ยอด NIIP ไม่ได้บอกว่าสินทรัพย์ใดพร้อมใช้ชำระหนี้ของอีกภาคส่วนหรือบอกกระแสเงินสดครบกำหนดในวันใด

องค์ประกอบของสินทรัพย์และหนี้สินภายนอก

มาตรฐานบัญชีระหว่างประเทศจำแนกตำแหน่งตามเครื่องมือและหน้าที่ทางเศรษฐกิจ กลุ่มหลักมีการลงทุนโดยตรง การลงทุนในหลักทรัพย์ทั้งหุ้นและตราสารหนี้ อนุพันธ์ทางการเงิน การลงทุนอื่น เช่น เงินกู้และเงินฝาก และสินทรัพย์สำรอง ความละเอียดที่เผยแพร่แตกต่างกัน บางชุดแสดงยอดสุทธิในแต่ละประเภท ขณะที่บางชุดให้ยอดสินทรัพย์และหนี้สินแยกกันหรือแจกแจงมากกว่า {source:imfBpm6IipChapter} {source:imfIipDataset}

การแยกตามภาคสถาบันช่วยให้เห็นว่าใครเป็นผู้ถือหรือมีภาระ เช่น ธนาคารกลาง หน่วยงานรัฐ สถาบันรับฝากเงิน และภาคส่วนอื่น การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ต่างประเทศของธนาคารกลางกับการซื้อหุ้นต่างประเทศโดยครัวเรือนอาจต่างก็เพิ่มสินทรัพย์ภายนอก แต่มีวัตถุประสงค์ สภาพคล่อง และความเสี่ยงคนละแบบ หากคำถามเกี่ยวกับความมั่นคงของธนาคารหรือความพร้อมใช้ของทุนสำรอง ยอดรวมของเศรษฐกิจทั้งประเทศไม่เพียงพอ

สกุลเงินและอายุคงเหลือมีผลต่อความอ่อนไหวต่ออัตราแลกเปลี่ยนและความจำเป็นในการหาเงินมาชำระหนี้ หากสินทรัพย์ต่างประเทศมีสกุลเงินหนึ่ง และหนี้สินใช้สกุลเงินอื่น การเคลื่อนไหวของค่าเงินสามารถเปลี่ยนมูลค่าที่รายงานได้ไม่เท่ากัน ต้องดูทั้งสองด้าน ปริมาณของแต่ละสกุล และอัตราที่ใช้แปลง การดูทิศทางค่าเงินเพียงเส้นเดียวบอกผลต่อ NIIP ไม่ได้ อ่านเรื่อง อัตราแลกเปลี่ยนถ่วงน้ำหนักกับการปรับด้วยราคา: NEER และ REER เพิ่มเติมได้

เหตุใด NIIP ติดลบจึงไม่ใช่คำตัดสินว่าจะเกิดวิกฤต

NIIP ติดลบหมายถึงหนี้สินภายนอกสูงกว่าสินทรัพย์ภายนอกตามขอบเขตและวิธีประเมินที่ใช้ แต่ไม่ได้บอกวันครบกำหนด สกุลเงิน สภาพคล่อง รายได้ที่สินทรัพย์สร้างให้ หรือความมั่นคงของแหล่งเงินทุน เครื่องหมายลบจึงไม่ได้แปลว่าประเทศล้มละลาย ต้องผิดนัด เงินทุนจะไหลออกทันที หรือค่าเงินจะอ่อนลงแน่นอน

ลองเทียบสองเศรษฐกิจที่มี NIIP ลบเท่ากันแห่งหนึ่งอาจมีหนี้สินส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในทุนระยะยาวที่มูลค่าขึ้นลงตามผลประกอบการของกิจการ อีกแห่งอาจพึ่งเงินกู้ระยะสั้นสกุลเงินต่างประเทศซึ่งครบกำหนดใกล้กันและมีทุนสำรองจำกัด รูปแบบความเสี่ยงต่างกันมาก แม้ยอดสุทธิใกล้เคียงกัน การประเมินจึงควรดูหนี้ต่างประเทศรวม สกุลเงิน อายุหนี้ เงินสำรอง รายได้จากสินทรัพย์ โครงสร้างผู้ให้ทุน และภาคส่วนลูกหนี้ด้วย ไม่มีเครื่องหมายหรือสัดส่วน NIIP ต่อ GDP ใดที่ใช้เป็นเส้นวิกฤตเดียวได้ทุกประเทศ

NIIP เป็นบวกก็ไม่ได้รับประกันว่าจะไม่มีปัญหา สินทรัพย์ภายนอกอาจระดมมาใช้ไม่ได้ทันเวลา หรือหนี้สินของธนาคารบางแห่งอาจสร้างแรงกดดันแม้ภาคอื่นถือสินทรัพย์ต่างประเทศอยู่มาก การวิเคราะห์จึงต้องถามว่าความเสี่ยงอยู่ที่ใคร สินทรัพย์นั้นเปลี่ยนเป็นเงินสดได้หรือไม่ และสัญญากำหนดให้ชำระเมื่อใด ตัวชี้วัดสุทธิมีประโยชน์ในการเริ่มตั้งคำถาม แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด

มีกรณีจากการตีราคาตลาดที่ดูย้อนแย้งด้วย หากราคาพันธบัตรที่ประเมินมูลค่าตามตลาดและถือโดยผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่ลดลง มูลค่าหนี้สินที่บันทึกไว้อาจลดลง ทำให้ NIIP ดีขึ้นได้ ทั้งที่เงินต้นตามสัญญาซึ่งต้องชำระเมื่อครบกำหนดยังไม่ลดลง ราคาที่ลดอาจเกิดพร้อมกับผลตอบแทนที่สูงขึ้นและความกังวลต่อความน่าเชื่อถือที่มากขึ้น ดังนั้น NIIP ที่ดีขึ้นจากการตีราคาไม่ได้แปลว่าการชำระหนี้ง่ายขึ้นเสมอไป {source:imfIipFlowStockGuidance}

วิธีอ่านข้อมูลและพิจารณา BPM6 กับ BPM7

เริ่มจากคำอธิบายชุดข้อมูล: วันอ้างอิงของตำแหน่ง ขอบเขตผู้มีถิ่นที่อยู่ ภาคสถาบันที่รวม วิธีประเมินราคา สกุลเงินที่ใช้ ยอดสุทธิหรือยอดรวม และความถี่ของข้อมูล จากนั้นดูว่าความเปลี่ยนแปลงระหว่างงวดแยกเป็นธุรกรรม การเปลี่ยนค่าเงิน การเปลี่ยนราคา และการเปลี่ยนปริมาณหรือมูลค่าอื่นหรือไม่ BEA เผยแพร่ทั้งระดับตำแหน่งและตารางที่แจกแจงองค์ประกอบการเปลี่ยนแปลง แต่ขอบเขตและรายละเอียดต้องตรวจในตารางหรือข่าวเผยแพร่แต่ละชุด {source:beaIipTables} {source:beaIipAdditional}

IMF เผยแพร่ BPM7 ในเดือนมีนาคม 2025 ยุทธศาสตร์การนำ 2025 SNA และ BPM7 ไปใช้ระบุช่วงเป้าหมายปี 2029–2030 ซึ่งเป็นกรอบเป้าหมาย ไม่ใช่ข้อยืนยันว่าทุกประเทศใช้ BPM7 แล้วหรือจะเปลี่ยนพร้อมกัน หน่วยงานสถิติของแต่ละประเทศอาจใช้เวลาและแนวทางต่างกัน ชุดข้อมูลหนึ่งอาจจัดทำตาม BPM6, BPM7 หรือฐานอื่นที่ระบุไว้ชัดเจน ควรตรวจหมายเหตุวิธีการ วันที่เริ่มใช้ ตารางเทียบหมวดหมู่ และการคำนวณข้อมูลย้อนหลังใหม่ในชุดข้อมูลที่กำลังอ่าน {source:imfBpm6IipChapter} {source:imfBpm7Release}

เมื่อนำข้อมูลต่างประเทศหรือต่างช่วงเวลามาเทียบ ให้แยกการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจออกจากผลของราคาและสถิติ การตีราคาอาจทำให้ NIIP เปลี่ยนมากโดยไม่มีการกู้เพิ่มในจำนวนเดียวกัน การปรับวิธีหรือขอบเขตอาจเปลี่ยนระดับและการจัดหมวดหมู่ที่รายงาน จดวันที่ หน่วย หลักการประเมินราคา ภาคส่วน มาตรฐาน และแหล่งที่มาไว้ด้วย การทำเช่นนี้ช่วยบอกได้ว่าคุณกำลังเปรียบเทียบกระแสเงินทุน มูลค่าตลาดของสินทรัพย์และหนี้สิน หรือวิธีวัดข้อมูล

คำถามที่พบบ่อย

Q1หนี้ภาครัฐรวมอยู่ใน NIIP หรือไม่?

หนี้สินของรัฐบาลที่เป็นภาระต่อผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่อาจปรากฏในบัญชีตำแหน่งระหว่างประเทศ แต่ขอบเขตของหนี้ภาครัฐกับ NIIP ไม่เหมือนกัน หนี้ภาครัฐระบุจากภาคลูกหนี้ ส่วน NIIP ใช้ถิ่นที่อยู่ของคู่สัญญาเป็นเกณฑ์ของสินทรัพย์และหนี้สินภายนอก หนี้ของธนาคารหรือบริษัทเอกชนที่มีเจ้าหนี้ต่างประเทศก็อาจอยู่ใน NIIP โดยไม่ใช่หนี้รัฐบาล

Q2NIIP เปลี่ยนได้อย่างไรถ้าไม่มีการกู้หรือชำระหนี้ใหม่?

ราคาตลาดของหลักทรัพย์หรืออัตราแลกเปลี่ยนอาจเปลี่ยนมูลค่าของสินทรัพย์และหนี้สินที่มีอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังอาจมีการเปลี่ยนปริมาณ การตีราคาใหม่ หรือการปรับขอบเขตข้อมูล ให้ดูตารางแยกองค์ประกอบการเปลี่ยนแปลงและหมายเหตุของผู้จัดทำ

Q3NIIP ติดลบแปลว่าประเทศล้มละลายหรือไม่?

ไม่ใช่ NIIP ติดลบหมายถึงหนี้สินภายนอกสูงกว่าสินทรัพย์ภายนอกตามนิยามของข้อมูลนั้น ความยั่งยืนยังขึ้นกับสกุลเงิน วันครบกำหนด รายได้และสภาพคล่องของสินทรัพย์ โครงสร้างหนี้ และการเข้าถึงเงินทุน ไม่มีเกณฑ์ NIIP เดียวที่ใช้ตัดสินทุกประเทศได้

แหล่งข้อมูลและการอ่านเพิ่มเติม

รายงานปัญหา

เราจะเตรียมอีเมลพร้อมลิงก์บทความนี้ Mark จะได้รับรายงานเมื่อคุณส่งอีเมลแล้วเท่านั้น

ตรวจสอบอย่างรวดเร็ว

อ่านคู่มือจบแล้ว ลองตอบคำถาม 3 ข้อ

คำถาม 1 / 3

คำถาม 01

NIIP วัดอะไรเป็นหลัก?

เลือกคำตอบเพื่อดูคำอธิบาย

อภิธานศัพท์ออปชัน

เศรษฐกิจระหว่างประเทศดุลบัญชีเดินสะพัดกับดุลการค้าต่างกันอย่างไร?แยกดุลการค้าออกจากดุลบัญชีเดินสะพัด พร้อมดูบทบาทของรายได้และเงินโอน และเหตุใดการขาดดุลเพียงอย่างเดียวจึงไม่ได้ตัดสินเศรษฐกิจเศรษฐศาสตร์มหภาคการขาดดุลงบประมาณกับการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเกี่ยวข้องกันอย่างไร?แยกความต่างระหว่างขาดดุลงบประมาณกับขาดดุลบัญชีเดินสะพัด พร้อมดูสมการออม–ลงทุนและเหตุใดจึงไม่สัมพันธ์กันแบบหนึ่งต่อหนึ่งอัตราแลกเปลี่ยนกับเศรษฐกิจโลกอัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริงที่มีประสิทธิผลคืออะไร? NEER กับ REERเรียนรู้ว่าการถ่วงน้ำหนักทางการค้ารวมอัตราแลกเปลี่ยนทวิภาคีเป็น NEER ได้อย่างไร ราคาเปรียบเทียบสร้าง REER อย่างไร และเหตุใดระดับดัชนีจึงไม่ใช่คำตัดสินมูลค่าของสกุลเงินหนี้ต่างประเทศและเศรษฐศาสตร์มหภาคหนี้ต่างประเทศขั้นต้นคืออะไร: ถิ่นที่อยู่ สกุลเงิน และสิ่งที่นับรวมทำความเข้าใจนิยามหนี้ต่างประเทศขั้นต้น เหตุใดต้องดูถิ่นที่อยู่ของเจ้าหนี้และลูกหนี้ และแตกต่างจากหนี้ภาครัฐ หนี้สกุลเงินต่างประเทศ และ NIIP อย่างไรพื้นฐานของออปชันin the money, at the money และ out of the money หมายถึงอะไรเรียนรู้ว่าป้ายกำกับ in-the-money, at-the-money และ out-of-the-money ใช้กับคอลและพุตอย่างไร พร้อมตัวอย่างมูลค่าในตัวและจุดคุ้มทุน